Riva Logistics Co.,Ltd.

Riva Logistics Co.,Ltd. Thailand's Most Trusted
Logistics Partner

Happy Lunar New Year 2026 !!
16/02/2026

Happy Lunar New Year 2026 !!

04/02/2026

บ.รีว่าโลจิสติกส์ จำกัด
เปิดรับสมัครงาน
ตำแหน่ง Sale Executive
คุณสมบัติ
ชาย-หญิง อายุ 25-45 ปี
-มีประสบการณ์ 2-3 ปี ในธุรกิจ Freight Forwarding หรือ โลจิสติกส์ จะได้รับพิจารณาเป็นพิเศษ
-มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ,พิธีการศุลกากร,และเงื่อนไขทางการค้า(Incoterms)
-มีทักษะการสื่อสารและการนำเสนอที่ดีเยี่ยม ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ(พูด อ่านเขียน)
-มีทักษะการเจรจาต่อรองและแก้ปัญหาได้ดี
-สามารถทำงานภายใต้แรงกดดันและบรรลุเป้าหมายการขายได้

สนใจสมัครงาน
ส่งรีซูเม่มาที่:[email protected]
ติดต่อได้ที่ 0820836628

 # # เมื่อเส้นเลือดใหญ่ขนส่ง LA เผชิญการซ่อมบำรุง  # #ท่าเรือลอสแอนเจลิสและลองบีช เปรียบเสมือน "หัวใจ" ของการอุปโภคบริโภ...
22/01/2026

# # เมื่อเส้นเลือดใหญ่ขนส่ง LA เผชิญการซ่อมบำรุง # #

ท่าเรือลอสแอนเจลิสและลองบีช เปรียบเสมือน "หัวใจ" ของการอุปโภคบริโภคในสหรัฐอเมริกา แต่ในช่วงปี 2026 นี้ ประตูการค้าที่สำคัญที่สุดของโลกกำลังเผชิญกับความท้าทาย

อัมพาตทางบก: การปิดซ่อมสะพาน Vincent Thomas

ข่าวใหญ่ที่กระทบชาวเมืองและผู้ประกอบการขนส่งคือการปิดซ่อมบำรุงครั้งใหญ่ของ สะพาน Vincent Thomas ซึ่งเป็นสะพานแขวนแลนด์มาร์คที่เชื่อมโยง Terminal Island กับแผ่นดินใหญ่ เนื่องจากพื้นผิวสะพานเสื่อมสภาพตามกาลเวลา

การปิดสะพานที่คาดว่าจะกินเวลานานกว่า 1.5 - 3 ปีนี้ จะบีบให้รถบรรทุกมหาศาลต้องหันไปใช้เส้นทางเลี่ยง ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้ Alameda Corridor หรือระเบียงรถไฟขนส่งสินค้าใต้ดิน กลายเป็นความหวังเดียวในการระบายตู้คอนเทนเนอร์เข้าสู่ตัวเมืองได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ผ่านถนนปกติ

# # ยุทธศาสตร์หลบเลี่ยงคอขวด: เมื่อ LA/Long Beach ไม่ใช่คำตอบเดียวของการขนส่งอเมริกา # #

เมื่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญอย่างสะพาน Vincent Thomas เข้าสู่ช่วงปิดซ่อมบำรุง และความแออัดใน Alameda Corridor เพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั่วโลกจึงเริ่มมองหา "ทางเลือกใหม่" เพื่อกระจายความเสี่ยง การปรับเปลี่ยนโครงข่ายการขนส่งสินค้า (Supply Chain Diversification) จึงไม่ได้เป็นเพียงแผนสำรอง แต่กลายเป็นยุทธศาสตร์หลักในปัจจุบัน

1. การข้ามฟากจาก West Coast สู่ East Coast
เพื่อเลี่ยงปัญหาคอขวดในลอสแอนเจลิส สินค้าจำนวนมากจากเอเชียเริ่มเปลี่ยนจุดหมายปลายทางจากฝั่งตะวันตกไปสู่อ่าวเม็กซิโก (Gulf Coast) และฝั่งตะวันออก (East Coast) โดยมีท่าเรือสำคัญที่รองรับได้แก่:
o Port of Savannah & Port of New York/New Jersey: กลายเป็นคู่แข่งสำคัญที่รับตู้คอนเทนเนอร์โดยตรงจากเอเชีย
o Port of Houston: จุดยุทธศาสตร์ใหม่สำหรับสินค้าที่ต้องการกระจายเข้าสู่ตอนกลางของสหรัฐฯ

2. ศึกสองเส้นทางเดินเรือ: Panama Canal vs. Cape of Good Hope
การจะส่งสินค้าจากเอเชียไปฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ มีสองเส้นทางหลักที่กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ต่างกัน:
o เส้นทางผ่านคลองปานามา (Panama Canal):
- เป็นเส้นทางที่สั้นที่สุดจากเอเชียสู่ฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ
- ข้อจำกัด: ปัญหาภัยแล้งในปานามาทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบ Gatun ลดลง ส่งผลให้มีการจำกัดจำนวนเรือและน้ำหนักบรรทุก ทำให้ต้นทุนสูงขึ้นและระยะเวลาการรอคอยไม่แน่นอน
o การอ้อมแหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope):
- เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในทะเลแดง (Red Sea) ทำให้เรือจำนวนมากไม่สามารถใช้คลองซุเอซได้ เรือที่มาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้บางส่วนจึงเลือก "อ้อมแหลมกู๊ดโฮป" ในแอฟริกาใต้แทน
- ผลกระทบ: แม้จะเลี่ยงอันตรายและข้อจำกัดของคลองได้ แต่ต้องแลกด้วยระยะเวลาเดินทางที่เพิ่มขึ้นประมาณ 10-14 วัน และค่าเชื้อเพลิงที่มหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาสินค้าปลายทาง

3. การปรับตัวของระบบ Inland Freight
เมื่อเรือเลือกไปลงที่ฝั่งตะวันออกมากขึ้น บทบาทของ "Alameda Corridor" ในฝั่งตะวันตกอาจจะลดความหนาแน่นลงชั่วคราว แต่จะไปเพิ่มภาระให้กับโครงข่ายรถไฟและถนนในฝั่งตะวันออกแทน เกิดการไหลย้อนกลับของสินค้า (Reverse Logistics) จากฝั่งตะวันออกเข้าสู่ใจกลางประเทศ ซึ่งต้องใช้การวางแผนโลจิสติกส์ที่ซับซ้อนกว่าเดิมหลายเท่า

บทสรุป

โลกของการขนส่งในปัจจุบันไม่ได้ยึดติดกับเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งอีกต่อไป เมื่อ "คอขวด" เกิดขึ้นที่ลอสแอนเจลิส ไม่ว่าจะด้วยการซ่อมบำรุงหรือความแออัด ระบบเศรษฐกิจจะผลักดันให้เกิดเส้นทางใหม่ๆ แม้จะต้องแลกด้วยระยะเวลาที่นานขึ้นอย่างการอ้อมแหลมกู๊ดโฮป หรือการรอคิวผ่านคลองปานามา แต่นี่คือวิธีที่ห่วงโซ่อุปทานรักษาสภาพคล่องเพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าจะถึงมือผู้บริโภคไม่ว่าจะเกิดอุปสรรคใดก็ตาม

16/01/2026

บริษัท รีว่าโลจิสติกส์ จำกัด
เปิดรับตำแหน่ง Customer Service สนใจส่งรีซูเม่ได้ที่
[email protected]
ออฟฟิศอยู่ BTS ธนบุรี

- Venezuela (เวเนซุเอลา ) -เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมันดิบ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับว...
07/01/2026

- Venezuela (เวเนซุเอลา ) -

เป็นประเทศที่มีทรัพยากรธรรมชาติมหาศาล โดยเฉพาะน้ำมันดิบ แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจและการเมืองที่รุนแรง อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 นี้ สถานการณ์ในประเทศกำลังอยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญหลังจากการแทรกแซงทางการเมือง

1. ข้อมูลพื้นฐานประเทศเวเนซุเอลา (ปี 2026)
ชื่อทางการ: สาธารณรัฐโบลีวาร์เวเนซุเอลา (Bolivarian Republic of Venezuela)

เมืองหลวง: กรุงการากัส (Caracas)

ประชากร: ประมาณ 34.8 ล้านคน (ประมาณการปี 2026)

ภาษา: สเปน (ภาษาราชการ)

ทรัพยากรหลัก: มีสำรองน้ำมันดิบมากที่สุดในโลก และมีก๊าซธรรมชาติ ทองคำ และแร่เหล็กจำนวนมาก

สถานการณ์ปัจจุบัน: ตั้งแต่ต้นปี 2026 เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำจากการปฏิบัติการของสหรัฐฯ ทำให้สถานะทางการเมืองเข้าสู่ระยะเปลี่ยนผ่าน ซึ่งคาดว่าจะมีการฟื้นฟูอุตสาหกรรมน้ำมันและโครงสร้างพื้นฐานโดยความร่วมมือกับนานาชาติมากขึ้น

2. ข้อมูลการนำเข้า-ส่งออกกับประเทศไทย
ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างไทยและเวเนซุเอลายังมีมูลค่าไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในละตินอเมริกา เนื่องจากปัญหาการคว่ำบาตรและวิกฤตเศรษฐกิจในเวเนซุเอลาที่ผ่านมา

สินค้าที่ไทยส่งออกไปเวเนซุเอลา (มูลค่าประมาณ 26-34 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบดุลการค้า โดยสินค้าหลักที่ส่งออกไป ได้แก่:

รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ: เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 (เช่น รถกระบะ และชิ้นส่วนอะไหล่)

เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ: รวมถึงเครื่องซักผ้าที่ใช้ในครัวเรือน

เส้นใยประดิษฐ์: สำหรับอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป: เช่น อาหารทะเลกระป๋อง และผลไม้ปรุงแต่ง

สินค้าที่ไทยนำเข้าจากเวเนซุเอลา (มูลค่าประมาณ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)
ส่วนใหญ่เป็นวัตถุดิบและสินค้าขั้นปฐมภูมิ:

พืชตระกูลถั่ว (Dried Legumes): เป็นสินค้านำเข้าหลักจากเวเนซุเอลามายังไทย

เศษเหล็กและผลิตภัณฑ์โลหะ: สำหรับใช้ในอุตสาหกรรมหลอมโลหะ

สินแร่และเชื้อเพลิงอื่นๆ: มีการนำเข้าแร่บางชนิดและเคมีภัณฑ์พื้นฐาน

เครื่องจักรที่ใช้ในการขุดเจาะ: ในบางปีจะมีการนำเข้าเครื่องจักรเฉพาะทาง

แม้ที่ผ่านมาการค้าจะติดขัดจากปัญหาค่าเงินโบลิวาร์ที่ผันผวนและมาตรการคว่ำบาตร แต่ด้วยทิศทางใหม่ในปี 2026 ที่เวเนซุเอลาเริ่มเปิดรับการลงทุนและการฟื้นฟูโครงสร้างพลังงาน จึงเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในกลุ่ม ชิ้นส่วนยานยนต์, วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภค ที่อาจมีความต้องการสูงขึ้นจากการฟื้นตัวของกำลังซื้อในประเทศ

Contact us via Line https://lin.ee/By4CPs9

05/01/2026

บริษัท รีว่าโลจิสติกส์ จำกัด

รับสมัครพนักงาน
ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่บริการลูกค้า (Customer Service)
ประเภทธุรกิจ : บริษัท Freight Forwarder

หน้าที่และความรับผิดชอบหลัก :
• การจัดการ Booking กับสายเรือ: รับผิดชอบในการจองระวางเรือกับสายเรือต่างๆ ทั้งสำหรับสินค้าขาเข้าและขาออก เพื่อให้มั่นใจว่าการจัดส่งเป็นไปตามกำหนดเวลาที่ลูกค้าต้องการ
• การประสานงานกับลูกค้า: เป็นจุดติดต่อหลักสำหรับลูกค้าในการจัดการการขนส่งสินค้าทั้งหมด ตั้งแต่การรับคำสั่งซื้อ การให้ข้อมูลสถานะการขนส่ง ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้น
• การจัดทำเอกสาร SI & VGM: รับผิดชอบในการจัดทำและส่ง Shipping Instruction (SI) และ Verified Gross Mass (VGM) ให้กับสายเรืออย่างถูกต้องและตรงเวลาตามข้อกำหนด
• การจัดการเอกสารอื่นๆ: จัดเตรียมและตรวจสอบเอกสารที่จำเป็นสำหรับการขนส่งอื่นๆ เช่น Bill of Lading (B/L), Packing List, Commercial Invoice และเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
• การบันทึกข้อมูลในระบบ: บันทึกข้อมูลการทำงานทั้งหมดลงในระบบของบริษัทอย่างถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงข้อมูลการจอง การเคลื่อนไหวของสินค้า และข้อมูลลูกค้า
• การบันทึกต้นทุนและราคาขาย: บันทึกข้อมูลต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขนส่งแต่ละครั้ง และราคาขายที่ตกลงกับลูกค้า เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามบัญชี
• การแก้ไขปัญหา: ประสานงานกับแผนกต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง (เช่น แผนกปฏิบัติการ, แผนกบัญชี) และสายเรือ/ตัวแทน เพื่อแก้ไขปัญหาหรือความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้นในการขนส่ง
• การสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า: ให้บริการลูกค้าด้วยความเป็นมืออาชีพและรวดเร็ว เพื่อสร้างความพึงพอใจและความสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

คุณสมบัติ :
• ไม่จำกัดเพศ อายุ 22-45 ปี
• วุฒิการศึกษาปริญญาตรีในสาขาที่เกี่ยวข้อง เช่น การจัดการโลจิสติกส์, การค้าระหว่างประเทศ, บริหารธุรกิจ หรือสาขาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
• มีประสบการณ์ในการทำงานด้าน Customer Service ในธุรกิจ Freight Forwarder หรือ Shipping จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ
• มีความรู้ความเข้าใจในกระบวนการนำเข้าและส่งออกสินค้าเป็นอย่างดี รวมถึงข้อกำหนดเกี่ยวกับ SI และ VGM
• สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ทั้งการพูด อ่าน และเขียน (โดยเฉพาะศัพท์เฉพาะทางด้านโลจิสติกส์)
• สามารถใช้คอมพิวเตอร์และโปรแกรมพื้นฐานได้ดี (Microsoft Office: Word, Excel, Outlook)
• มีทักษะในการสื่อสารและประสานงานดีเยี่ยม
• มีใจรักบริการ มีความละเอียดรอบคอบ และสามารถทำงานภายใต้แรงกดดันได้ดี

สนใจสมัครงาน

ส่ง Resume มาที่
E-Mail : [email protected]
ติดต่อได้ที่ เบอร์ 0902484646

Send a message to learn more

31/12/2025
Holiday Notice...
29/12/2025

Holiday Notice...

Merry Christmas…
25/12/2025

Merry Christmas…

สถานการณ์และแนวโน้มการนำเข้า-ส่งออกทางเรือของไทย📈 ภาพรวมจากกราฟ ตัวเลขการนำเข้า - ส่งออกของประเทศไทย (2017 - ก.ค. 2025) ...
03/11/2025

สถานการณ์และแนวโน้มการนำเข้า-ส่งออกทางเรือของไทย

📈 ภาพรวมจากกราฟ ตัวเลขการนำเข้า - ส่งออกของประเทศไทย (2017 - ก.ค. 2025) จากข้อมูลสถิติของ สมาคมเจ้าของและตัวแทนเรือกรุงเทพฯ Bangkok Shipowners and Agents Association (BSAA)

แนวโน้มโดยรวม: ปริมาณการส่งออก (EX, เส้นสีน้ำเงิน) และการนำเข้า (IM, เส้นสีส้ม) มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อพิจารณาในระยะยาว แม้จะมีภาวะผันผวนรายเดือนและรายปี

ผลกระทบจาก COVID-19 และการฟื้นตัว (ช่วงปี 2020 - 2022):

ปี 2020: พบว่าปริมาณ นำเข้า (IM) ลดลงอย่างชัดเจนในช่วงต้นปีและกลางปี 2020 (จุดต่ำสุดประมาณเดือน พ.ค. 2020) ซึ่งสอดคล้องกับการชะลอตัวทางเศรษฐกิจโลกและการล็อกดาวน์

ปี 2021 - 2022: ปริมาณทั้งนำเข้าและส่งออกกลับมาฟื้นตัวและผันผวนในระดับสูง ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและปัญหาคอขวดในห่วงโซ่อุปทาน

สถานการณ์ล่าสุด (ปี 2024 - กลางปี 2025):

ปริมาณ ส่งออก (EX) มีระดับที่สูงและผันผวนมาก โดยแตะจุดสูงสุดในช่วงต้นปี 2025 (ประมาณ 500,000 TEUs) ก่อนจะลดลงเล็กน้อยในช่วงกลางปี

ปริมาณ นำเข้า (IM) ก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปลายปี 2024 ถึงต้นปี 2025 และแตะระดับสูงใกล้ 400,000 TEUs ในช่วงต้นปี 2025 แต่ปรับลดลงอย่างชัดเจนในเดือน ก.ค. 2025

การส่งออกที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงต้นปี 2025 (Frontloading): ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 (2025) ปริมาณตู้สินค้าที่ผ่านท่าเรือเพิ่มขึ้นสูงถึง 9.3% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย 3 ปีย้อนหลัง ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการ "Frontloading" (การเร่งสั่งซื้อล่วงหน้า) ของผู้นำเข้าสหรัฐฯ เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากมาตรการภาษีนำเข้าใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025

🔮 แนวโน้มและปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง (ครึ่งหลังปี 2025)
แนวโน้มการค้าทางเรือของไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 จะยังคงได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยทั้งภายในและภายนอก สิ่งที่น่าจับตาที่สุดในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 คือการบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลต่อปริมาณการส่งออกทางเรือของไทย

1. การปรับอัตราภาษีนำเข้าและผลกระทบโดยตรง
อัตราภาษีที่ปรับลดลง: ในช่วงต้น สหรัฐฯ เคยประกาศอัตราภาษีตอบโต้ที่สูงถึง 36% แต่หลังจากการเจรจาอย่างเข้มข้นระหว่างรัฐบาลไทยกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ ในช่วงกลางปี 2025 (ประมาณเดือนส.ค. 2025) ได้มีการปรับลดอัตราภาษีลงเหลือ 19%

ผลกระทบทางตรง:

แม้ 19% จะลดลงจากเดิมมาก แต่ก็ยังคงเป็น ต้นทุนทางตรง สำหรับผู้ส่งออกไทย โดยเฉพาะในสินค้าที่ต้องแข่งขันกับประเทศคู่แข่งสำคัญในภูมิภาค

ผู้ส่งออกไทยจะต้องแบกรับภาระภาษีบางส่วน หรือถูกผู้นำเข้าสหรัฐฯ กดดันให้ลดราคา เพื่อแบ่งเบาภาระภาษี ซึ่งจะส่งผลให้ อัตรากำไร (Margin) ลดลงอย่างมาก

นักวิเคราะห์หลายสำนักคาดการณ์ว่าภายใต้อัตราภาษี 19% นี้ การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2025 อาจชะลอตัวลงเหลือ 2.1% - 2.5% และการส่งออกโดยรวมจะชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีหลัง

2. ความเสี่ยงจาก "Payback Effect" และความผันผวนของปริมาณตู้สินค้า
Frontloading ในครึ่งปีแรก: ตามที่วิเคราะห์ในรอบแรก ปริมาณการส่งออก (EX) ทางเรือในกราฟช่วงต้นปี 2025 (ประมาณเดือน ม.ค.-พ.ค.) พุ่งสูงขึ้นมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้นำเข้าสหรัฐฯ เร่งสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้า (Frontloading) เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเก็บภาษีที่กำลังจะเริ่มใช้

Payback Effect ในครึ่งปีหลัง: ผลที่ตามมาคือ ในช่วงครึ่งหลังของปี 2025 (ตั้งแต่เดือน ส.ค. เป็นต้นไป) ปริมาณคำสั่งซื้อและยอด ส่งออก (EX) มีแนวโน้มที่จะ ลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีการดึงอุปสงค์ไปใช้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งอาจเห็นภาพชัดเจนขึ้นในข้อมูล TEUs ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป

3. มาตรการที่ไทยต้องปฏิบัติตามเพื่อแลกกับการลดภาษี
การลดภาษีเหลือ 19% แลกมาด้วยมาตรการที่ไทยต้องดำเนินการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคการค้าและโลจิสติกส์:

การลด/ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ: ไทยเสนอยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าสหรัฐฯ กว่า 90% ของรายการสินค้าทั้งหมด และรับปากจะลดดุลการค้ากับสหรัฐฯ ให้ได้ 70% ภายใน 3-5 ปี มาตรการนี้อาจทำให้ปริมาณ นำเข้า (IM) สินค้าบางประเภทของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างมาก (ปรากฏการณ์ "Twin Influx")

การคุมเข้มกฎแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin - RoO): รัฐบาลไทยต้องยอมรับการตรวจสอบและกวดขันที่เข้มงวดขึ้น เพื่อป้องกันการสวมสิทธิ์/การลักลอบส่งออกสินค้าจากประเทศที่สาม (เช่น จีน) ผ่านไทย (Transshipment)

ความเสี่ยงจาก RVC (Regional Value Content): ภาคอุตสาหกรรมไทยมีความกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มสัดส่วนวัตถุดิบท้องถิ่น (RVC) ให้สูงขึ้น (คาดว่าอาจถูกกำหนดที่ประมาณ 50%) หากทำไม่ได้ สินค้าอาจถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงขึ้น (อาจสูงถึง 40%) ซึ่งมีผลกระทบโดยตรงต่ออุตสาหกรรมที่มีสัดส่วนวัตถุดิบนำเข้าสูง เช่น อิเล็กทรอนิกส์ (RVC เฉลี่ยต่ำเพียง 22.5%)

4. สถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics):

ทะเลแดง/คลองสุเอซ: แม้จะมีความหวังว่าสถานการณ์ความไม่สงบอาจคลี่คลายลงบ้างในปี 2025 แต่สายเรือส่วนใหญ่ยังไม่กลับไปเดินเรือผ่านช่องแคบสุเอซในทันที ทำให้เส้นทางเดินเรือยังคงอ้อมแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งส่งผลต่อ ระยะเวลาขนส่ง (Transit Time) และ ต้นทุนค่าระวางเรือ ที่ยังคงผันผวน

สงครามการค้า (สหรัฐฯ - จีน): นโยบายทางภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ (โดยเฉพาะหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี) เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการ ย้ายฐานการผลิต (Trade Diversion) หรือการปรับตัวของห่วงโซ่อุปทาน

5. ต้นทุนและค่าระวางเรือ (Ocean Freight):

คาดการณ์ว่าอัตราค่าระวางเรือเฉลี่ยโดยรวมอาจเริ่มลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นเป็นระยะ

การรวมกลุ่มของสายเรือต่างชาติในปี 2025 อาจนำมาซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น และส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดของผู้ประกอบการไทย

6. อุปสงค์และอุปทานของเรือ:

อุปทานของเรือขนส่งสินค้าใหม่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น (การเติบโตของกองเรือคาดการณ์ไว้ที่ประมาณ 4.5% ในปี 2025) หากเศรษฐกิจโลกไม่เติบโตตามที่คาดการณ์ อาจเกิดปัญหากำลังการขนส่งล้นตลาดได้

7. ผลกระทบทางอ้อมจากการกีดกันทางการค้า (Trade Diversion/Slowing Global Trade)
นโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อจีนและประเทศอื่น ๆ จะส่งผลให้ การค้าโลกชะลอตัวลง ซึ่งจะลดอุปสงค์ในประเทศคู่ค้าหลักอื่น ๆ ของไทยด้วย เช่น จีน ญี่ปุ่น และอาเซียน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของการส่งออกสินค้าขั้นกลาง (Intermediate Goods) ของไทย

การที่สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าจากประเทศคู่ค้าทั่วโลก อาจทำให้มีสินค้าจากประเทศที่ถูกกีดกันเหล่านั้น ทะลักเข้าสู่ตลาดอาเซียน รวมถึงไทยมากขึ้น ซึ่งจะเพิ่มการแข่งขันในตลาดภายในภูมิภาคให้รุนแรงขึ้น

สรุปสถานการณ์ครึ่งหลังปี 2025: ภาคการส่งออกทางเรือของไทยจะเผชิญกับ แรงกดดันขาลง จาก
1) Payback Effect ที่ส่งผลให้ปริมาณตู้สินค้าลดลง
2) ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ 19% และ
3) ความซับซ้อนในการปฏิบัติตามกฎ แหล่งกำเนิดสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และผู้ส่งออกต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด

Contact us via LINE Official.
29/10/2025

Contact us via LINE Official.

ที่อยู่

77/7 Sinn Sathorn Tower, Krungdhonburi Road, Klongtonsai, Klongsarn
Bangkok
10600

เวลาทำการ

จันทร์ 08:30 - 18:00
อังคาร 08:30 - 18:00
พุธ 08:30 - 18:00
พฤหัสบดี 08:30 - 18:00
ศุกร์ 08:30 - 18:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Riva Logistics Co.,Ltd.ผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์