24/03/2024
มาฝึกสมองยามเช้า คำนวณ Dimension สินค้า
แปลงเป็น CBM กันเถอะ !!
เพื่อนๆ หรือใครหลายคน คงจะรู้กันอยู่แล้วว่า รูปแบบหลักๆ ในการขนส่งสินค้าทางทะเล ด้วยเรือตู้สินค้านั้น จะมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ การส่งสินค้าแบบเต็มตู้ หรือ FCL Mode กับการขนส่งสินค้าแบบไม่เต็มตู้ หรือ LCL Mode !!
ซึ่งการขนส่งทั้งสองรูปแบบนั้น ค่อนข้างที่จะมีข้อที่แตกต่างกันอย่างมาก หากแต่ สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัด นั่นก็คือ ในเรื่องของการคิดคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ ซึ่งการขนส่งแบบ FCL Mode ค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ จะถูกคิดเป็นต่อตู้ หรือตามขนาดของตู้สินค้า ในขณะที่งานแบบ LCL Mode จะคำนวณตามขนาดของสินค้า ซึ่งถือว่ามีความซับซ้อนมากกว่า
โดยในที่นี้ หากจะพูดถึงการขนส่งแบบไม่เต็มตู้ หรือ LCL ในปัจจุบัน ค่อนข้างที่จะสะดวกพอสมควร เนื่องจากผู้ให้บริการรับขนส่ง Freight Forwarder ที่ทำการเปิดตู้ หรือ Consolidation BOX Agent สามารถที่จะหาบริการให้ได้ทุกอย่าง เรียกว่า ขอแค่มีเงินกับสินค้าเท่านั้น ซึ่งทำให้ใครหลายคน ที่เคยผ่าน หรือขายงานประเภทนี้ จึงมักติดใจงานในรูปแบบนี้ โดยที่เซลล์จำนวนไม่น้อย เลือกที่จะขายงานในรูปแบบไม่เต็มตู้เป็นหลักก๊มีน่ะ
ในขณะที่คนอีกกลุ่มหนึ่ง มักจะไม่ค่อยอยากจะทำงานในรูปแบบนี้สักเท่าไร โดยเฉพาะบรรดากลุ่มน้องใหม่ ที่เพิ่งเข้าวงการ รวมถึง กลุ่มผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก ในกลุ่มป้ายแดงที่มักจะแพ้ทางเรื่องคำนวณ หรือที่ไม่ชอบหรือไม่ถนัดในเรื่องของตัวเลข ซึ่งหลายคนมักจะปวดหัวเวลาที่ขายงานรูปแบบนี้ เนื่องจากต้องใช้ทักษะในเรื่องของการคำนวณค่อนข้างมาก
ซึ่ง หลายคนมักจะส่ายหน้า ในขั้นตอนการคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเป็นงาน ที่ต้องดึงเอาค่าใช้จ่ายปลายทางขึ้นมาคำนวนร่วมด้วย จะเป็นการเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้นอีกหลายขุม ซึ่งยากกว่าการคิดค่าเฟรทของงานแบบเต็มตู้ หรือ FCL ซึ่งมีการคิดค่าใช้จ่ายเป็นต่อตู้ ซึ่งค่อนข้างง่าย และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าในทันที
ดังนั้น วันนี้ เรามาดูวิธีการคิด คำนวณหาพื้นที่ หรือ CBM เพื่อคำนวณค่าขนส่งสำหรับงานแบบไม่เต็มตู้ หรือ LCL กันดีกว่า บางที มันอาจไม่ได้วุ่นวาย หรือชวนงง หลายที่หลายคนคิด !!
ก่อนอื่น เราต้องรู้ก่อนว่า การคิดค่าใช้จ่ายและค่าระวางขนส่งของงานแบบ LCL นั้น เขาจะเรียกเก็บตามปริมาตร หรือขนาดรวมถึงน้ำหนักของตัวสินค้าที่ขนส่ง โดยยึดหน่วยในการวัดปริมาตรเป็น คิวบ์เมตร ซึ่งเรามักจะได้ยิน หรือ เรียกกันตามภาษาคนทำงานว่า คิวบ์ ซึ่งมาจากคำเต็ม คือ CBM ( Cubic Meter)
จากนั้น สิ่งที่เราต้องรู้ต่อมา คือ ขนาดในแต่ละด้านของตัวสินค้า ซึ่ง การจะหาขนาดของสินค้า เพื่อที่จะมาคำนวณค่าเฟรท ค่าระวางได้นั้น เราจะต้องนึกภาพตัวสินค้าของเรา ให้ออกมาเป็นรูปทรงปริมาตรสี่เหลี่ยมเสียก่อน ไม่ว่าสินค้าของเรานั้น จะมีรูปร่างหรือรูปทรงอะไรก็ตาม
ซึ่งโดยวิธีพื้นฐาน ก็คือ การวัดจากจุดที่กว้างที่สุด ยาวที่สุด และสูงที่สุดของตัวสินค้า ให้ได้ออกมาครบทั้ง 3 ด้าน ทั้งนี้ บ่อยครั้งที่เราพบว่า ขนาดของสินค้าในมือ ดันมีหน่วยเป็น เซนติเมตร หรือ CM. ในขณะที่เราต้องการหา CBM
ดังนั้น เราจึงจำเป็นต้อง ทำการแปลงขนาดของสินค้าแต่ล่ะด้าน ให้เป็นเมตร หรือ M. เสียก่อน ด้วยการถอยตำแหน่งทศนิยม เนื่องจาก เรารู้กันดีอยู่แล้ว่า 100 CM.จะเท่ากับ 1 M. เช่น หากเราวัดความยาวสินค้าได้ 150 CM. เมื่อแปลงหน่วยเป็นเมตร ก็คือ 1.5 M. (ซึ่งหากใครที่ไม่รู้ข้อนี้ แนะนำให้โทรกลับไปหาอาจารย์ตอนประถม)
ต่อจากนั้น เราต้องนำขนาดของสินค้าที่ได้ มาใช้ในการคำนวณ โดยใช้ทักษะวิชาคณิตศาสตร์ ที่พวกเราเคยเรียนกันในวัยเด็ก นั่นคือ สูตรในการคำนวณหาปริมาตรรูปทรงสี่เหลี่ยม ซึ่งก็คือ กว้าง x ยาว x สูง (ด้าน x ด้าน x ด้าน)
ซึ่ง วิธีก็ไม่ได้ว่ายากเย็น เพียงแค่นำขนาดของสินค้าที่ได้แต่ละด้าน หลังจากแปลงหน่วยเป็นเมตรแล้ว มาคำนวณด้วยสูตรการหาปริมาตรที่ว่า เช่น สินค้าเป็นตู้เย็น ที่มีขนาด กว้าง 1.0 m. ลึก 1.5 m. และสูง 1.7 m. (เรื่องของการมองอันไหนกว้าง อันไหนยาว เป็นอุปสรรคของหลายคน )
เมื่อนำตัวเลขทั้งสามด้านมาคูณกัน ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็น 2.55 CBM ซึ่งก็คือขนาด คิวบ์เมตร หรือ CBM ของตู้เย็นที่เราต้องการขนส่งนั่นเอง โดยจะเห็นว่า ไม่ยากเย็นหรือซับซ้อนอย่างที่หลายคนเข้าใจ !!
ทั้งนี้ งานขนส่งแบบไม่เต็มตู้ หรือ LCL นั้น ส่วนมาก จะมีการจำกัดหรือติด Minimum ขั้นต่ำอยู่ที่ 1 CBM ซึ่งจะหมายถึง ขนาดของสินค้าไม่ว่าจะขนาดเล็กแค่ไหน ก็จะถูกปัดขึ้น เพื่อเรียกเก็บที่ขั้นต่ำ คือ 1 CBM เสมอ !!
รวมถึง มีการจำกัดน้ำหนักสินค้าอยู่ที่ ไม่เกิน 1 ตัน หรือ 1,000 กิโลกรัม ต่อ 1 CBM ซึ่งนั่นจะหมายความว่า หากสินค้าของเรามีขนาดเพียง 0.855 CBM แต่มีน้ำหนักสินค้ามากถึง 1,500 กิโลกรัม นั่นจะเท่ากับว่า ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของงานนี้ จะถูกคำนวณด้วยขนาดของสินค้าอยู่ที่ 1.5 CBM ทันที !!
เพียงเท่านี้ ทุกคนก็จะรู้แล้วว่า การคำนวณค่าระวางขนส่ง หรือค่าเฟรทของงานแบบไม่เต็มตู้ และคำว่าคิวบ์เมตร หรือ CBM ที่พวกเรามักจะได้ยินกันติดหู มันมีที่มาการคำนวนได้อย่างไร !!
Tips : สิ่งที่ต้องรู้ สำหรับคนที่มีงานขนส่งแบบไม่เต็มตู้ การคำนวณค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายต่างๆ จะคำนวนจากขนาดและน้ำหนักของสินค้า ที่รวมตัวหีบห่อ หรือ Packaging แล้ว หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ ขนาดและน้ำหนักสุดท้ายของสินค้าหลังทำการแพคเป็นที่เรียบร้อย !!
Tips : ในบางเส้นทางการขนส่ง การติดขนาดสินค้าขั้นต่ำ หรือ Minimum อาจเริ่มต้นที่ 3 CBM หรือ อาจมีการติดจำกัดน้ำหนักสินค้าเพียงแค่ 1 CBM ไม่เกิน 330 กิโลกรัม ซึ่งส่วนมาก จะพบเจอเฉพาะในกลุ่มงานที่ต้องทำการขนส่งไปยังพื้นที่หรือปลายทางที่ต้องทำการลากต่อ เช่น งานที่ขนส่งไปยังบางเมืองที่ไม่ติดทะเลของสหรัฐอเมริกา หรือ เมืองในจีน อย่าง Shenzhen !!
Tips : การคำนวณค่าใช้จ่ายแบบไม่เต็มตู้ หรือ LCL ผู้ให้บริการรับขนส่งมักจะใช้ ค่า CBM เป็นแบบทศนิยม 4 ตำแหน่ง ดังนั้น เวลาที่คำนวณขนาด หรือ Dimension ของสินค้า ควรปรับทศนิยมของเครื่องคิดเลขด้วย
CR nice PIC by Carlos Cristian
**********************